รายงาน ATMOsphere ขับเคลื่อนประสิทธิภาพดาต้าเซ็นเตอร์: เมื่ออัลฟา ลาวาลเปลี่ยนความร้อนให้เป็นโอกาส
บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกในรายงาน ATMOsphere ฉบับปี 2025 “Clean Cooling for Data Centers 2025” และเรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับเชิญจาก ATMOsphere ให้ร่วมแบ่งปันมุมมองในบทความนี้
Date 2569-08-17 Text Michael Hinesอัลฟา ลาวาลคือผู้ผลิตชั้นนำระดับโลกด้านเทคโนโลยีการถ่ายเทความร้อน การแยก และการจัดการของไหล มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองลุนด์ ประเทศสวีเดน บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 1883 โดยเริ่มต้นจากการผลิตเครื่องแยกครีมจากนม ก่อนผลิตเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนเครื่องแรกในปี 1938 ปัจจุบัน อัลฟา ลาวาลมีฐานการผลิตมากกว่า 30 แห่งทั่วโลก และพนักงานกว่า 22,000 คน กลุ่มผลิตภัณฑ์ HVAC&R ครอบคลุมทั้งเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบแผ่นชนิดปะเก็น (GPHE) และเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบแผ่นเชื่อมประสาน (BPHE)
แอนนา บลอมบอร์ก หัวหน้าฝ่ายดาต้าเซ็นเตอร์ของอัลฟา ลาวาล กล่าวว่า บริษัทมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์มายาวนานกว่า 20 ปี และธุรกิจในกลุ่มนี้เติบโตอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับการขยายตัวอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรม โดยแนวโน้มในอนาคตยังคงแข็งแกร่ง
“ตัวเลขคาดการณ์ที่เราเห็นนั้นสูงอย่างน่าทึ่ง บางการคาดการณ์ด้านปริมาณดูแทบไม่น่าเป็นไปได้ แต่แม้จะปรับประมาณการให้อยู่ในระดับที่ระมัดระวังมากขึ้น ตัวเลขก็ยังคงน่าประทับใจ ศักยภาพในระดับนี้ทำให้เรามั่นใจและพร้อมเดินหน้าลงทุนเพื่อรองรับการเติบโต”
เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์
อัลฟา ลาวาลเริ่มต้นจากการจัดหาเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบแผ่นชนิดปะเก็นขนาดใหญ่ให้กับดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อรองรับระบบทำความเย็นแบบระเหยและระบบ Free Cooling ที่ใช้น้ำทะเลหรือน้ำจืด ขณะเดียวกัน เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบแผ่นเชื่อมประสานของบริษัทยังถูกนำไปใช้ในชิลเลอร์ ฮีตปั๊ม และระบบเชื่อมต่อสำหรับการนำความร้อนกลับมาใช้ใหม่
ในปี 2022 อัลฟา ลาวาล ขยายเข้าสู่พื้นที่ White Space ของดาต้าเซ็นเตอร์ ด้วยการเปิดตัวเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน BPHE ขนาดกะทัดรัดสำหรับ Coolant Distribution Unit (CDU) ในระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว โดยโครงการแรกเป็นระบบสำหรับธุรกิจเหมืองคริปโตในสหรัฐอเมริกา ซึ่งใช้เทคโนโลยี Single-phase Immersion Cooling
“อุตสาหกรรมคริปโตเป็นหนึ่งในกลุ่มแรกๆ ที่นำระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวมาใช้ เนื่องจากมีความหนาแน่นของการประมวลผลสูงกว่างานประมวลผลแบบดั้งเดิมมาก จึงเป็นแรงผลักดันให้เกิดการนำเทคโนโลยีอย่าง Immersion Cooling มาใช้งาน” แอนนา บลอมบอร์ก กล่าว
นับจากนั้น ความสนใจของอุตสาหกรรมได้เปลี่ยนไปสู่ระบบ Single-phase Direct-to-Chip Cooling ซึ่งกำลังได้รับความสนใจอย่างมากในปัจจุบัน Blomborg กล่าวเพิ่มเติมว่า “ระบบ Two-phase Direct-to-Chip Cooling และ Immersion Cooling เป็นอีกสองทางเลือกที่เรากำลังติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิด”
อัลฟา ลาวาลติดตามการพัฒนาอย่างรวดเร็วของ Coolant Distribution Unit อย่างต่อเนื่อง และล่าสุดได้เปิดตัวเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบแผ่นเชื่อมประสานขนาดใหญ่พิเศษ ซึ่งออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับ CDU ขนาด 2.5 MW การพัฒนานี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการรองรับความต้องการระบบทำความเย็นกำลังสูงที่เพิ่มขึ้น พร้อมเปิดโอกาสใหม่ให้ อัลฟา ลาวาลสามารถพัฒนานวัตกรรมในระดับที่ใหญ่ขึ้น
ผู้ใช้งานปลายทางมีบทบาทมากขึ้น
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ดำเนินงานดาต้าเซ็นเตอร์กับผู้ให้บริการเทคโนโลยีเริ่มเปลี่ยนไป จากเดิมที่ อัลฟา ลาวาล จัดหาโซลูชันให้กับ OEM ซึ่งเป็นผู้ผลิต Cooling Skid หรือ Coolant Distribution Unit เป็นหลัก ปัจจุบัน Hyperscaler และผู้ใช้งานปลายทางรายอื่นๆ เริ่มเข้ามามีส่วนร่วมและทำงานร่วมกับอัลฟา ลาวาล โดยตรงมากขึ้น
แรงผลักดันสำคัญมาจากความต้องการยกระดับค่า PUE (Power Usage Effectiveness) ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพราะแม้การออกแบบเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้เพียงไม่กี่องศา หรือแม้แต่เพียงเศษเสี้ยวของหนึ่งองศา ก็สามารถสร้างการประหยัดพลังงานได้อย่างมหาศาลสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ที่ใช้กำลังไฟด้าน IT หลายร้อยเมกะวัตต์
“เราเห็นแนวโน้มชัดเจนขึ้นว่าผู้ใช้งานปลายทางต้องการมีส่วนร่วมในกระบวนการออกแบบ พวกเขามองโซลูชันด้านการถ่ายเทความร้อนเป็นหนึ่งในเครื่องมือเชิงกลยุทธ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การออกแบบเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนอย่างแม่นยำสามารถสร้างผลลัพธ์ได้มากกว่าที่คิด เพราะแม้ประสิทธิภาพจะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อขยายสู่ระบบขนาดใหญ่ ผลลัพธ์ที่ได้ก็มีความหมายอย่างมาก” Blomborg กล่าว
แอนนา บลอมบอร์ก หัวหน้าฝ่ายดาต้าเซ็นเตอร์ของอัลฟา ลาวาล
เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนหลายพันเครื่องสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์
ปัจจุบันมีเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนของอัลฟา ลาวาลหลายพันเครื่องติดตั้งอยู่ในดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลก และจำนวนยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในแต่ละปี ทั้งเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบแผ่นชนิดปะเก็นขนาดใหญ่หลายร้อยเครื่อง และเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบแผ่นเชื่อมประสานขนาดกะทัดรัดอีกหลายพันเครื่อง แอนนา บลอมบอร์กกล่าว
เมื่อไม่นานมานี้ ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาด 100 MW ยังถือว่ามีขนาดใหญ่ แต่ปัจจุบันอัลฟา ลาวาลกำลังสนับสนุนโครงการที่มีกำลังการผลิตสูงถึง 1 GW หรือมากกว่า สหรัฐอเมริกายังคงเป็นตลาดหลัก คิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ของอัลฟา ลาวาล ตามด้วยเอเชีย 30% และยุโรป 20% สำหรับอนาคต บริษัทมองเห็นโอกาสในการเติบโตอย่างมากในตลาดอย่างจีน อินเดีย และไทย รวมถึงภูมิภาคยุโรปเหนือ
การขยายตัวอย่างรวดเร็วนำมาทั้งโอกาสและความท้าทาย การรองรับความต้องการในระดับนี้จำเป็นต้องอาศัยการลงทุนครั้งสำคัญ ไม่เพียงในด้านอุปกรณ์และเทคโนโลยีขั้นสูง แต่ยังรวมถึงการเพิ่มกำลังการผลิตและลดระยะเวลาในการส่งมอบ
แอนนา บลอมบอร์ก กล่าวว่า อัลฟา ลาวาลกำลังรับมือกับความท้าทายนี้ด้วยการลงทุนเชิงกลยุทธ์ ทั้งการเพิ่มสายการผลิตใหม่และการขยายโรงงาน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการผลิต
ขณะเดียวกัน การคาดการณ์อย่างแม่นยำก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง ท่ามกลางความไม่แน่นอนว่า AI จะผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรมได้รวดเร็วเพียงใด “คำถามสำคัญคือ เส้นทางการเติบโตของ AI ในอีกสามหรือสี่ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ซึ่งกำลังส่งผลต่อทุกการตัดสินใจของเราในวันนี้ เราจึงออกแบบการดำเนินงานให้มีความยืดหยุ่น เพื่อให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและก้าวนำอยู่เสมอ” แอนนา บลอมบอร์กกล่าว
โอกาสจากความยั่งยืนและกฎระเบียบ
ตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ในสหรัฐอเมริกาเต็มไปด้วยโอกาสจากการให้ความสำคัญกับความรวดเร็วในการพัฒนา ขณะที่สหภาพยุโรปให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและกฎระเบียบมากขึ้น ซึ่งกำลังสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับอัลฟา ลาวาลเช่นกัน
อัลฟา ลาวาลตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1 และ Scope 2 ให้เป็นสุทธิศูนย์ภายในปี 2027 พร้อมลดการปล่อย Scope 3 ลง 50% ภายในปี 2030 เมื่อเทียบกับปีฐาน 2020 นอกจากนี้ บริษัทยังเพิ่มการจัดซื้อเหล็กและทองแดงที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำอีกด้วย
“วันนี้ เราถูกประเมินจากความรวดเร็วในการส่งมอบ ความแม่นยำ และคุณภาพ แต่เราเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้ ความยั่งยืนจะกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการคัดเลือกซัพพลายเออร์ และเราพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงนั้น”
แอนนา บลอมบอร์ก หัวหน้าฝ่ายดาต้าเซ็นเตอร์ของอัลฟา ลาวาล
สำหรับความเป็นไปได้ที่สหภาพยุโรปจะออกข้อจำกัดเกี่ยวกับ PFAS (สาร Per- and Polyfluoroalkyl Substances) แอนนา บลอมบอร์ก กล่าวว่าอัลฟา ลาวาล “ยินดี” หากมีการบังคับใช้กฎระเบียบดังกล่าว โดยบริษัทสนับสนุนการใช้สารทำความเย็นจากธรรมชาติ และมองว่าอุตสาหกรรมยังควรเร่งผลักดันการใช้สารทำความเย็นจากธรรมชาติให้มากขึ้น รวมถึงให้ความสำคัญกับประเด็น PFAS อย่างเร่งด่วนยิ่งขึ้น
แม้ข้อห้ามเกี่ยวกับ PFAS อาจต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะมีผลบังคับใช้ แต่ยุโรปมีกฎระเบียบที่กำหนดให้ดาต้าเซ็นเตอร์นำความร้อนกลับมาใช้ประโยชน์แล้ว โดยในเดือนกันยายน 2023 สหภาพยุโรปได้ปรับปรุง Energy Efficiency Directive กำหนดให้ดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีกำลังไฟ IT ติดตั้งตั้งแต่ 500 kW ขึ้นไป ต้องติดตามการใช้ประโยชน์จากความร้อนเหลือทิ้ง ส่วนดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดตั้งแต่ 1 MW ขึ้นไป ต้องนำระบบกู้คืนความร้อนเหลือทิ้งมาใช้ เว้นแต่จะไม่สามารถดำเนินการได้ในทางเทคนิคหรือไม่คุ้มค่าในเชิงเศรษฐกิจ ขณะที่เยอรมนีและฝรั่งเศสได้ก้าวไปอีกขั้น ด้วยการออกกฎหมายกำหนดเป้าหมายการนำความร้อนเหลือทิ้งกลับมาใช้ใหม่แบบเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ สูงสุดถึง 20% ภายในปี 2028
อัลฟา ลาวาลมีบทบาทอย่างต่อเนื่องในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านนี้ ด้วยเทคโนโลยีเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกู้คืนพลังงาน ช่วยให้ผู้ดำเนินงานสามารถนำความร้อนเหลือทิ้งกลับมาใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นระบบทำความร้อนระดับชุมชน (District Heating) หรือการนำกลับมาใช้ภายในสถานประกอบการ
ด้วยผลิตภัณฑ์ประสิทธิภาพสูงที่สามารถผสานเข้ากับระบบนำความร้อนกลับมาใช้ใหม่ได้หลากหลาย เช่น ระบบ Absorption Cooling หรือ Organic Rankine Cycle (ORC) อัลฟา ลาวาลช่วยให้ดาต้าเซ็นเตอร์สามารถเปลี่ยนความร้อนส่วนเกินให้กลายเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าได้
เมื่อชิปมีประสิทธิภาพและกำลังประมวลผลสูงขึ้น ความร้อนที่เกิดขึ้นก็ยิ่งมีศักยภาพในการนำกลับมาใช้ประโยชน์มากขึ้น แอนนา บลอมบอร์ก กล่าวว่า หากอุณหภูมิของชิปสูงถึงประมาณ 60°C (140°F) ความร้อนเหลือทิ้งดังกล่าวอาจสามารถนำไปใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าได้
“ประสิทธิภาพอาจยังไม่สมบูรณ์แบบ แต่เมื่อพิจารณาจากปริมาณความร้อนมหาศาลที่มีอยู่ แนวทางนี้ก็มีศักยภาพมากพอที่จะน่าสนใจ”แอนนา บลอมบอร์ก กล่าว “ฉันรู้สึกตื่นเต้นกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต”
เอกสารอ้างอิง:
1 Alfa Laval, December 2025, “Our Purpose and How We Create Value
2 Alfa Laval, December 2025, “Annual Sustainability Report 2024,”
3 European Union, September 20, 2023, “Directive (EU) 2023/1791 of the European Parliament and of the Council of 13 September 2023 on Energy Efficiency and Amending Regulation (EU) 2023/955 (recast),”
4 Holtermann, A., Bird&Bird, June 4, 2024, “Data Centres & Waste Heat: An Overview of the Legal Requirements for Waste Heat Utilisation,”
5 Chandesris, S., Addleshaw Goddard, December 2025, “The Future of Data Centers in France,”
เกี่ยวกับ ATMOsphere
AATMOsphere คือองค์กรอิสระระดับโลกที่ทำหน้าที่ผลักดันการเปลี่ยนแปลงของตลาด โดยมีพันธกิจในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีการทำความเย็นให้สะอาดและยั่งยืนยิ่งขึ้น
ไม่ว่าคุณจะเป็นนักลงทุน ผู้ใช้งานปลายทาง หรือผู้ผลิต ATMOsphere มีบริการและโซลูชันที่ครอบคลุม เพื่อช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น ทั้งในระดับโลกและในระดับอุตสาหกรรม