ประวัติความเป็นมาของอัลฟา ลาวาล
อัลฟา ลาวาล ก่อตั้งขึ้นในปี 1883 และตลอดระยะเวลากว่า 140 ปีที่ผ่านมา องค์กรได้เติบโตจากจุดเริ่มต้นของนวัตกรรม สู่องค์กรเทคโนโลยีระดับโลกที่มีบทบาทสำคัญต่อหลากหลายอุตสาหกรรมทั่วโลกผ่านเหตุการณ์สำคัญและก้าวแห่งการพัฒนาในแต่ละช่วงเวลา คุณจะได้เห็นเส้นทางการเติบโตของอัลฟา ลาวาล จากบริษัทเล็ก ๆ ที่เริ่มต้นด้วยแนวคิดใหม่ ไปสู่องค์กรระดับนานาชาติที่ขับเคลื่อนนวัตกรรม ความยั่งยืน และอนาคตของอุตสาหกรรมในวันนี้
1845
กุสตาฟ เดอ ลาวาล ผู้ก่อตั้งอัลฟา ลาวาล ถือกำเนิดขึ้นที่แคว้นดาลาร์นา ประเทศสวีเดน
1877
หลังจากอ่านบทความในวารสารเยอรมันชื่อมิล์คไซทุง กุสตาฟ เดอ ลาวาลเริ่มพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องแยกสารแบบแรงเหวี่ยง (Centrifugal Separator) ซึ่งต่อมากลายเป็นหนึ่งในนวัตกรรมสำคัญของอุตสาหกรรม
1879
มีการสาธิตเครื่องแยกสารแบบต่อเนื่องเครื่องแรกที่กรุงสตอกโฮล์ม โดยสามารถรองรับการทำงานได้ 130 ลิตรต่อชั่วโมง ถือเป็นก้าวสำคัญของเทคโนโลยีการแยกสารยุคใหม่
1883
กุสตาฟ เดอ ลาวาล และหุ้นส่วนของเขา ออสการ์ ลัมม์ ร่วมก่อตั้งบริษัท AB Separator ในเวลาเดียวกัน บริษัท De Laval Cream Separator Co. ก็ถูกก่อตั้งขึ้นในสหรัฐอเมริกา จุดเริ่มต้นของการเติบโตสู่การเป็นองค์กรระดับนานาชาติ
1888
ปั๊มรุ่นแรกของบริษัทถูกนำออกสู่ตลาด เพื่อใช้สูบนมพร่องมันเนยจากเครื่องแยกสารแบบแรงเหวี่ยง
1889
บริษัทได้เข้าซื้อสิทธิบัตรแผ่นโลหะทรงกรวยของนักประดิษฐ์ชาวเยอรมันชื่อ เคลเมนส์ ฟอน เบคโทลส์ไฮม์ เทคโนโลยีดังกล่าว หรือที่เรียกว่า “Alfa-discs” ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและกำลังการแยกสารของเครื่อง Separator ได้อย่างมหาศาล ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมในยุคนั้น
1890
อัลฟา ลาวาล เปิดตัวเครื่องแยกสารแบบต่อเนื่องเครื่องแรกของโลก ที่ใช้เทคโนโลยี Alfa Disc Stack ซึ่งช่วยยกระดับ ระสิทธิภาพการแยกสารอย่างก้าวกระโดด ในปีเดียวกัน บริษัทได้เปิดตัวเครื่องพาสเจอไรซ์นมแบบต่อเนื่องเครื่องแรกอีกด้วย
1898
เครื่องแยกยีสต์ (Yeast Separator) เครื่องแรก ถูกติดตั้งในสายการผลิตของลูกค้า ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการแยกสารในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม
1910
กุสตาฟ เดอ ลาวาล เริ่มพัฒนาและออกแบบเครื่องรีดนม (Milking Machine) เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมเกษตรและปศุสัตว์
1913
กุสตาฟ เดอ ลาวาล เสียชีวิตในวัย 67 ปี ตลอดชีวิตของเขา เขาได้รับสิทธิบัตรในประเทศสวีเดนถึง 92 ฉบับ และก่อตั้งบริษัทมากถึง 37 แห่ง บนอนุสรณ์ของเขา มีข้อความจารึกไว้ว่า “The Man of High Speed” หรือ “บุรุษแห่งความเร็ว” สะท้อนถึงวิสัยทัศน์และจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรมที่ล้ำหน้าเหนือยุคสมัย
1916
อัลฟา ลาวาลจำหน่ายเครื่องแยกสารสำหรับการทำความสะอาดน้ำมัน (Oil Purification Separator) เครื่องแรก เปิดประตูสู่การใช้งานในอุตสาหกรรมพลังงานและการเดินเรือในเวลาต่อมา
1919 – 1936
อัลฟา ลาวาล เดินหน้าขยายธุรกิจสู่ระดับสากล ด้วยการก่อตั้งบริษัทย่อยในหลายประเทศ ได้แก่ เดนมาร์ก แอฟริกาใต้ ฟินแลนด์ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ โปแลนด์ ยูโกสลาเวีย และไอร์แลนด์ ก้าวสำคัญนี้ วางรากฐานให้อัลฟา ลาวาล เติบโตสู่การเป็นองค์กรเทคโนโลยีระดับโลกในเวลาต่อมา
1933
อัลฟา ลาวาล เปิดตัวเครื่องแยกสารแบบ Hermetic Separator เครื่องแรกของโลก ภายในงานนิทรรศการที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมัน นวัตกรรมนี้ช่วยยกระดับทั้งประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และคุณภาพของกระบวนการแยกสารในอุตสาหกรรมต่าง ๆ
1938
อัลฟา ลาวาล เปิดตัวเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน (Heat Exchanger) รุ่นแรกของบริษัท ในช่วงเวลาเดียวกัน พอนตุส ฮิตเต้ บุตรชายของจิตรกรชื่อดังชาวสวีเดน คาร์ล ลาร์ซอน ได้ย้ายการพัฒนาและการผลิตเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนไปยังเมืองลุนด์ ประเทศสวีเดน ซึ่งต่อมากลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญของเทคโนโลยีด้านนี้
1951
เริ่มจำหน่ายเครื่องแยกสารแบบแรงเหวี่ยงชนิดทำความสะอาดตัวเองอัตโนมัติ (Self-cleaning Centrifugal Separator) และเครื่อง Decanter Centrifuge เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดเวลาหยุดทำงาน และยกระดับกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมต่าง ๆ อย่างมีนัยสำคัญ
1958
ระบบ CIP (Cleaning-In-Place) แบบอัตโนมัติระบบแรก ถูกติดตั้งในโรงงานผลิตนมแห่งหนึ่งในประเทศสวีเดน
นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาระบบสุขอนามัยและการทำความสะอาดในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม
1961
ระบบ Sterilization Processing System เครื่องแรก ถูกติดตั้งในประเทศอิตาลี ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมนมและอาหารเหลว ช่วยยกระดับมาตรฐานด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์อาหารทั่วโลก
1962
อัลฟา ลาวาล เข้าซื้อสิทธิบัตรของบริษัท AB Rosenblad ซึ่งนำเทคโนโลยีเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบ Spiral Heat Exchanger รวมถึงการออกแบบแผ่นแลกเปลี่ยนความร้อนสำหรับอุตสาหกรรมหลายรูปแบบ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท AB Separator ก้าวสำคัญนี้ ช่วยขยายศักยภาพด้านเทคโนโลยีการถ่ายเทความร้อนขององค์กรอย่างมาก
1963
บริษัทเปลี่ยนชื่อจาก AB Separator เป็น Alfa-Laval AB ชื่อ “Alfa” มาจากเทคโนโลยี Alpha Discs อันเป็นหัวใจสำคัญของเครื่อง Separator ขณะที่ “Laval” มาจากชื่อผู้ก่อตั้ง กุสตาฟ เดอ ลาวาล ชื่อใหม่นี้ สะท้อนถึงมรดกแห่งนวัตกรรมและวิสัยทัศน์ขององค์กรที่สืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน
1965
ระบบควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ระบบแรก ถูกส่งมอบให้กับโรงงานผลิตนมในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ระบบดังกล่าวช่วยให้สามารถตรวจสอบและควบคุมการทำงานของโรงงานทั้งหมดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็นก้าวสำคัญของระบบอัตโนมัติในอุตสาหกรรมอาหาร
1971
อัลฟา ลาวาลเข้าถือหุ้นส่วนใหญ่ในบริษัท Lavrids Knudsens Maskinfabrik (LKM) ของประเทศเดนมาร์ก การลงทุนครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของอัลฟา ลาวาล ในธุรกิจด้าน Fluid Handling หรือระบบจัดการของไหล
1976
เป็นปีแห่งการลงทุนครั้งใหญ่ของบริษัท ในประเทศสวีเดน มีการเริ่มก่อสร้างโรงงานผลิตเครื่อง Marine Separator แห่งใหม่ที่เมืองทุมบา ใกล้กรุงสตอกโฮล์ม ขณะเดียวกัน หน่วยธุรกิจด้าน Thermal ในเมืองลุนด์ ก็เริ่มก่อสร้างสำนักงานใหม่และศูนย์การผลิตระดับนานาชาติสำหรับเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบแผ่น (Plate Heat Exchangers) ในประเทศสเปน อัลฟา ลาวาล ยังได้ขยายโรงงาน สำนักงาน และคลังสินค้าเพิ่มเติม เพื่อรองรับการเติบโตทั่วโลก
1981
อัลฟา ลาวาล เสริมความแข็งแกร่งในประเทศญี่ปุ่น ด้วยการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท Nagase-Alfa เป็น 70% และก่อตั้งบริษัท Alfa Laval Service K.K. ในรูปแบบบริษัทที่ถือหุ้นทั้งหมดโดย อัลฟา ลาวาล สะท้อนถึงการขยายธุรกิจและบริการระดับสากลอย่างต่อเนื่องขององค์กร
1991
Tetra Pak และตระกูล Rausing เข้าซื้อกิจการ อัลฟา ลาวาล การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของยุคใหม่ ที่ช่วยเสริมศักยภาพด้านเทคโนโลยีและการเติบโตในระดับโลก
1993
อัลฟา ลาวาล กลายเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมอิสระภายใต้เครือ Tetra Laval ในช่วงเวลาเดียวกัน ธุรกิจด้านการแปรรูปอาหารเหลว (Liquid Food Processing) ถูกผสานเข้ากับธุรกิจของ Tetra Pak ขณะที่ธุรกิจอุปกรณ์และระบบสำหรับภาคเกษตร ถูกปรับโครงสร้างใหม่ภายใต้กลุ่ม Alfa Laval Agri ก้าวสำคัญนี้ ช่วยให้องค์กรสามารถมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีหลักได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
1996
โรงงานแห่งใหม่สำหรับการผลิตเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน อุปกรณ์ Fluid Handling และโมดูลสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ถูกเปิดขึ้นที่เมืองคาลินินกราด ใกล้กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย โรงงานแห่งนี้ ถือเป็นหนึ่งในโรงงานที่ทันสมัยที่สุดของรัสเซียในขณะนั้น
1999
อัลฟา ลาวาล เปิดตัวระบบบำบัดน้ำมันสำหรับเรือรุ่นใหม่ รวมถึงระบบควบคุมวาล์วอัตโนมัติที่ล้ำหน้าที่สุดในอุตสาหกรรม ณ เวลานั้น นวัตกรรมเหล่านี้ช่วยยกระดับทั้งประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมทางทะเล
2000
บริษัทลงทุน Industri Kapital เข้าซื้อกลุ่มบริษัทอัลฟา ลาวาลเป้าหมายของ Industri Kapital คือการต่อยอดความเป็นผู้นำระดับโลกของอัลฟา ลาวาล ใน 3 เทคโนโลยีหลัก ได้แก่ Separation ,Heat Transfer ,Fluid Handling พร้อมวางแผนนำบริษัทกลับเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ภายในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า
2001
อัลฟา ลาวาล ปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็นกลุ่มธุรกิจและเซกเมนต์ที่มุ่งเน้นตลาดและความต้องการของลูกค้าอย่างชัดเจน แนวทางใหม่นี้ ช่วยให้องค์กรสามารถตอบโจทย์อุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้อย่างเฉพาะทางและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
2002
อัลฟา ลาวาลกลับเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์สตอกโฮล์มอีกครั้ง กลยุทธ์หลักขององค์กร คือการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งผ่านการขยายธุรกิจภายในและการเข้าซื้อกิจการในปีเดียวกัน บริษัทได้เข้าซื้อกิจการบริษัทจากประเทศเดนมาร์ก 2 แห่ง ได้แก่ Danish Separation Systems A/S ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเมมเบรนฟิลเตรชันสำหรับอุตสาหกรรมยาและอาหาร
Toftejorg Group ผู้นำระดับโลกด้านระบบทำความสะอาดถังอัตโนมัติขั้นสูง การลงทุนเหล่านี้ ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับเทคโนโลยีหลักของอัลฟา ลาวาลอย่างมีนัยสำคัญ
2003
อัลฟา ลาวาล เปิดตัว “AlfaNova” นวัตกรรมครั้งสำคัญในโลกของการถ่ายเทความร้อน AlfaNova คือเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบแผ่นรุ่นใหม่ ที่พัฒนาขึ้นด้วยเทคโนโลยีการเชื่อมประสานเฉพาะของ อัลฟา ลาวาล ที่เรียกว่า AlfaFusion จุดเด่นสำคัญ คือความสามารถในการรองรับอุณหภูมิสูง ความดันสูง และความทนทานต่อการล้า (Fatigue Resistance) ได้อย่างยอดเยี่ยม นวัตกรรมนี้ เปิดโอกาสใหม่ให้กับการใช้งานทั้งในอุตสาหกรรมปัจจุบันและเทคโนโลยีแห่งอนาคต
2004
ลาร์ส เรนสตรอม ได้รับการแต่งตั้งเป็น CEO และ ประธานคนใหม่ของอัลฟา ลาวาล เขามีประสบการณ์และผลงานที่โดดเด่นในภาคอุตสาหกรรมของประเทศสวีเดน ในปีเดียวกัน อัลฟา ลาวาล ยังร่วมมือกับ Haldex ผู้ผลิตเทคโนโลยียานยนต์ระดับนานาชาติ จัดตั้งบริษัทร่วมทุนชื่อ Alfdex AB บริษัทใหม่นี้ พัฒนาโซลูชันสำหรับการทำความสะอาดก๊าซจากห้องข้อเหวี่ยงของเครื่องยนต์ดีเซล เพื่อช่วยให้อุตสาหกรรมยานยนต์สามารถตอบสนองต่อข้อกำหนดด้านการปล่อยมลพิษที่เข้มงวดมากขึ้นทั่วโลก
2005
อัลฟา ลาวาลเข้าซื้อกิจการ Packinox S.A. จากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกด้านเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบแผ่นเชื่อมขนาดใหญ่ สำหรับอุตสาหกรรมน้ำมัน ก๊าซ และโรงกลั่น ความเชี่ยวชาญของ Packinox ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้อัลฟา ลาวาลในกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานอย่างมีนัยสำคัญ
2006
ความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นในตลาดหลักของอัลฟา ลาวาล โดยเฉพาะในภาคพลังงานและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้ยอดคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นถึง 30% เมื่อเทียบกับปี 2005 ในปีเดียวกัน อัลฟา ลาวาล ยังเข้าซื้อหน่วยธุรกิจน้ำผลไม้เข้มข้นของ Tetra Pak ทำให้องค์กรสามารถขยายเข้าสู่ตลาดนี้ผ่านเครือข่ายบริษัทขายของตนเองทั่วโลก
2007
อัลฟา ลาวาลเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำระดับโลกด้านเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนด้วยอากาศ (Air Heat Exchangers)
ด้วยการเข้าซื้อกิจการของบริษัทชั้นนำในยุโรป 2 แห่ง ได้แก่ Helpman จากประเทศเนเธอร์แลนด์ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทำความเย็นเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะระบบโลจิสติกส์อาหารที่ต้องการการควบคุมอุณหภูมิอย่างแม่นยำ Fincoil จากประเทศฟินแลนด์ ซึ่งมีความแข็งแกร่งด้านระบบระบายความร้อนสำหรับอุตสาหกรรมพลังงาน การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ ช่วยขยายขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีความเย็นและการจัดการอุณหภูมิของอัลฟา ลาวาล อย่างครบวงจร
2010
อัลฟา ลาวาล ได้รับเลือกเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการของศาลาสวีเดน ในงาน World Expo Shanghai 2010 ภายใต้แนวคิด “Better City, Better Life” สะท้อนถึงบทบาทขององค์กรในการสนับสนุนเทคโนโลยีเพื่อเมืองและสังคมแห่งอนาคต
2011
การลงทุนเหล่านี้ ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้อัลฟา ลาวาล ในตลาด Marine และ Offshore พร้อมขยายบทบาทในอุตสาหกรรมทางทะเลและพลังงานระดับโลกอย่างต่อเนื่อง
2014
อัลฟา ลาวาล เปิดศูนย์ Test and Training Centre ที่เมืองอัลบอร์ก ประเทศเดนมาร์ค เพื่อรองรับการทดสอบและฝึกอบรมด้านผลิตภัณฑ์และโซลูชันสำหรับอุตสาหกรรมทางทะเล ศูนย์แห่งนี้ ช่วยเสริมศักยภาพด้านนวัตกรรม ความรู้ และการสนับสนุนลูกค้าในระดับสากล พร้อมผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับอุตสาหกรรมทางทะเล อย่างต่อเนื่อง
2016
ทอม เอริกซอน ได้รับการแต่งตั้งเป็น CEO และ ประธานคนใหม่ของอัลฟา ลาวาล ภายใต้การนำของเขา อัลฟา ลาวาล เดินหน้าขับเคลื่อนนวัตกรรม เทคโนโลยี และกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งขององค์กรในระดับโลกต่อไป